2006/May/28

หนุ่มผมเงินขมวดคิ้วเรียวๆเข้าหากัน เค้าเป็นคนไม่ค่อยถือใครน่ะก็ใช่แต่กับอิซึรุเค้าว่าไม่น่าจะใช่

" สำหรับคุณน่ะผมให้เรียกชื่ออยู่แล้วล่ะครับ " พอเห็นสีหน้าแปลกๆของงินเค้าก็รีบอธิบาย

แต่สุดท้ายมันก็ทำให้งินยิ่งคิดอะไรไปไกลเข้าไปใหญ่เลย

บอกแบบนี้จะให้คนฟังคิดไปในแง่ไหนกันแน่นะเนี่ย

" อะ....เอ่อ " หนุ่มผมเงินลูบผมของตัวเองแก้ความเขินที่ตัวเค้ารู้สึกว่ามันแสดงออกมาทางสีหน้า

อิซึรุไม่ได้ใส่ใจท่าทีแบบนั้นเพราะเค้ารู้สึกดีที่เค้าจะได้ยินงินเรียกเค้าด้วยชื่อ

งินรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบอย่างไม่มีสาเหตุรู้สึกต่างกับตอนที่เค้าพบไอเซ็นครั้งแรกมากจริงๆ

" เอ่อ...ขอโทษนะครับ " อิซึรุหยิบโทรศัพท์ที่ดังออกมาจากในกระเป๋าออกมาเปิดแล้วกดรับ

" คิระ อิซึรุครับ " เจ้าของมือถือเอ่ย หลังจากนั้นก็มีเสียงอู้อี้ดังออกมาจากโรศัทพ์

คนรับก็เพียงแต่บอกว่า " ครับ " กับ " ได้ครับ " เท่านั้นเอง

หนุ่มร่างบางปิดโทรศัพท์แล้วยิ้มบางๆให้กับคนที่ยืนเงียบฟังเค้าคุยโทรศัพท์อย่างมีมารยาท

" คุณ คุจิกิ บอกว่าเค้ากับคุณไอเซ็นมีธุระกันต่อให้พวกเรากลับไปก่อน "

เมื่อได้รับรู้บทสนทนาที่คุยกันเมื่อครู่งินก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกหนึ่งในนั้นก็คงเพราะตอนนี้เค้าไม่อยากเจอหน้าคุณไอเซ็น

" ให้ผมไปส่งมั้ยครับ " เค้าอาสาแต่ก็ไม่ได้หวังอะไรกับคนที่เค้าพึ่งจะเจอและคุยกันแบบนี้เป็นวันแรกหรอก

งินก้มหน้ากลัวว่าอิซึรุจะมองเค้าด้วยความไม่ไว้วางใจและตอบปฏิเสธ

" งั้นก็รบกวนด้วยก็แล้วกันนะครับ "


.....โว้ว !!!......


งินตะโกนลั่นในใจด้วยความหวังที่เป็นจริงสุดๆไปเลย



เนื่องจากว่าวันนี้หนุ่มอารันคาร์ไม่ได้เอารถมาก็เลยต้องนั่งรถประจำทางกลับ

" คุณรู้รึเปล่าครับว่าบ้านคุณต้องนั่งคันไหนกลับ " หนุ่มผมเงินหันไปถามอิซึรุ

ทั้งคู่อื่นอยู่ตรงป้ายรอรถที่ว่างโล่งเพราะว่าตอนนี้มันก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มแล้ว

" รู้อยู่แล้วครับก็ผมนั่งกลับเองทุกวันนี่นา ก็คนไม่มีรถนี่ครับ "

พอได้ยินแบบนั้นงินก็รู้สึกอยากจะไปตบกบาลคุจิกิ เบียคุยะให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

กล้าให้ลูกน้องน่ารักๆแบบนี้กลับบ้านคนเดียวได้ยังไงกัน

งินเริ่มเข้าสู่สภาวะเหม่อลอยไปเรื่อยๆปล่อยให้อิซึรุยืนมองรถไป

....เราจะขอไปส่งอิซึรุคุงที่บ้านทุกวันได้รึเปล่าน้า... หนุ่มผมเงินคิด

ก็เค้าเป็นห่วงอิซึรุนี่นาแค่ได้ยินแบบนี้เค้าก็ดีใจแทบตายที่อิซึรุยังบริสุทธิ์มาถึงป่านนี้(คิดอะไรน่ะงิน)

คิดไปเรื่อยๆก็ชักไปไกลไม่ได้รู้เลยว่าอิซึรุเค้ากลับกับฮิซากิ ชูเฮย์ รุ่นพี่เค้าทุกวัน


" คุณงิน เหม่ออะไรน่ะครับ ขึ้นมาเร็ว!! "


" หา.....หา!! "


หนุ่มหันไปรอบๆอย่างเลิกลักเหม่อนานไปหน่อยเลยไม่ได้มองรถ

อิซึรุยืนโบกมือหยอยๆเรียกงินอยู่บนบันไดขึ้นรถที่จะออกวิ่งในไม่ช้า

" ขอโทษครับ ขอโทษ ! " งินวิ่งเต็มฝีเท้าพุ่งขึ้นรถก่อนที่อิซึรุและเค้าจะแยกจากกัน

" เหม่ออะไรของคุณน่ะครับ เกือบตกรถแล้วเห็นมั้ย "

หนุ่มร่างบางเอ็ดเข้าให้ มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดอกมองงินอย่างตำหนิ

ส่วนคนที่เกือบจะตกรถนั้นไม่ได้สนใจมองหน้าหนุ่มผมทองที่กำลังว่าเค้าอยู่อีกต่อไป

ร่างสูงก้มหอบพยายามขยับเนคไทให้มันหลวมมากขึ้นไม่งั้นเค้าคงจะหายใจไม่ออกตายต่อหน้าอิซึรุแน่ๆ

เหงื่อไหล่ชุ่มโชกจนเปือกไปทั้งใบหน้าและเรือนผมสีเงินสวยที่ตอนนี้เป็นประกายเมื่อโดนแสงไฟจากในรถ

อิซึรุพยุงคนที่เกือบจะหมดแรงไปหาที่นั่งว่างๆในรถที่ดูท่าทางแล้วเหมือนจะลากมากกว่า

ชายผมเงินนั่งริมหน้าต่างและอิซึรุนั่งอยู่เบาะนอก

งินอ้าปากพงาบๆเอาอากาศเข้าปอดเพราะเค้ามีความรู้สึกว่าอากาศเค้ากำลังจะหมดไปจากตัว

ข้างนอกหิมะตกก็จริงแต่ว่าพอใช้แรงวิ่งไปเนี่ยเค้าแย่เลย

" อย่าพึ่งเป็นลมนะครับ คุณงิน " อิซึรุเอามือต่างพัดสร้างลมเย็นๆให้คนข้างๆอย่างล้อเลียนว่างินน่ะอ่อนแอ

" ผม...ไม่ได้.....แห้งแบบคุณนะครับ "

ถึงจะเหนื่อยจนหอบแฮ่กแต่ก็ยังพอมีแรงที่จะมาต่อปากต่อคำกับคิระ


" โอ๊ย!! "


หนุ่มร่างสูงร้องลั่นรถเมื่ออิซึรุตีป้าบ!ลงบนรท่อนแขนของเค้า

งินถูแขนของตัวเองเบาๆเพราะเค้ารู้สึกแสบๆ ทำไมตัวเล็กแค่นี้ถึงได้แรงเยอะแบบนี้น้า

คนถูกตีถกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นมาดูว่าเป็นยังไงบ้าง

ผิวสีขาวกลายเป็นสีแดงจางๆจากแรงตีที่ดูท่าว่าจะส่งมาเต็มแรง

" แดงแจ๋เลยเห็นมั้ยครับเนี่ย " งินตั้งใจจะพูดอ้อนอิซึรุแต่ก็ต้องหุบปากไปทันควัน

ร่างบางนั่งกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นโบว์ หันไปทางอื่นอย่างที่ชาวบ้านเค้าก็ดูออกว่า งอน

" อ่า......เอ่อ..... " งินพยายามจะหาขอ้แก้ตัวแต่ก็นึกไม่ออก

" ไม่ต้องพูดก็ได้นะครับ " อิซึรุพูดเสียงห้วนๆอย่างห่างเหินต่างกับตอนที่เดินกันลิบลับ

" โอ๋ๆ ผมขอโทษนะครับ อิซึรุคุงไม่แห้งแค่ผอมเองอะ " ตั้งใจจะแก้ตัว

แต่ขอโทษทีเถอะคนที่นั่งฟังอยู่กลับหันมามองอิชิมารุด้วยตาเขียวปัดอย่างเอาเรื่อง

อิซึรุทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ พูดอย่างกับตัวเองอ้วตายแหละ

ทำไมนะ ทำไถงมีแต่คนว่าเค้าแห้ง ไม่แห้งก็ผอม


" งิน ! คุณทำอะไรน่ะ "


หนุ่มผมทองสะดุ้ง จู่ๆคนข้างๆก็เอาหัวซบบ่าเค้าเฉยเลย

" ผมล้อเล่นน้า... อย่าโกรธซิ " ไม่ได้ตอบคำถามว่ากำลังทำอะไรแต่แก้ตัวแทน

มือเล็กๆข้างหนึ่งของอิซึรุถูกจับขึ้นมาลูบไล้เบาๆจนเจ้าของมือถึงกับหน้าแดงแจ๋

แต่ร่างบางก็ยังะยายามแข็งใจทำเป็นไม่สน ... ใจแข็งไว้อิซึรุ เค้าจะจับมือก็จับไป.....

ทำไมกันนะเค้าก็เคยถูกรุ่นพี่เค้าจับมือมาตั้งหลายครั้งแต่ว่าครั้งนี้มันต่างออกไป

ไม่ว่าใครก็ไม่เคยทำให้เค้าใจเต้นได้ขนาดนี้เลยจริงๆ

งินถอนหายใจเฮือกใหญ่ถ้าอิซึรุไม่ยอมหายโกรธเค้า เค้าก็จะนอนอยู่อย่างนี้แหละ

สุดท้ายอิชิมารุก็หลับคาไหล่เล็กๆของอิซึรุไปเลย

ร่างบางพลั่กคนที่นอนซบเค้าให้ออกไปนั่งหลับดีๆ และวสะบัดมือออกมา

หนุ่มผมทองมองดูคนข้างๆว่าจะตื่นหรือเปล่าแต่ก็ไม่ หลับลึกจริงๆ

แถมยังสัพหงกอีกต่างหาก ยิ่งดูยิ่งสงสาร

สุดท้ายอิซึรุก็ดันศรีษะของงินให้กลับมานอนซบไหล่ของเค้า

เค้ามองร่างสูงที่หลับสนิทด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เค้าไม่เคยมองใครแบบนี้

มือเล็กลูบเรือนผมสีเงินสอยสั้นนั้นเบาๆ มันนุ่มกว่าที่เค้าคิดเอาไว้ซะอีก

อิซึรุวางมือบนไหล่กว้างแล้วหลับตามไป ยังไงบ้านเค้าก้อยู่ปลายทางอยู่แล้วหลับซักตื่นยังไงก็ไม่เลยป้าย

คิระ อิซึรุมีความสุขเมื่อกุมมือนี้ อยากให้มีคน คนนี้อยู่ข้างๆนานๆ

คุณงินครับ คุณงิน

หือ.....


งินครางในลำคอเมื่อถูกเขย่าตัวอย่างแรงจากคนข้างๆ

ถึงแล้วเหรอครับ หนุ่มผมเงินถามพลางขยี้ตาเบาๆไล่ความง่วงและอาการหาวนอน

อิซึรุพยักหน้ารับน้อยๆแล้วลุกขึ้นเดินออกลงไปจากรถโดยไม่สนใจที่จะหันมามองด้านหลัง

ชายหนุ่มร่างสูงขมวดคิ้วในขณะที่รีบเดินตามไปก่อนจะถูกทิ้งห่าง

รอกก่อนซิครับ อิซึรุคุง อิชิมารุเดินตามมาอย่างเร่งรีบปากร้องให้รอเค้าหน่อย

แต่ดูท่าทางว่าร่างบางจะไม่ได้ใส่ใจอะไรในตัวเค้าเลยแม้แต่น้อยเลย

ยังโกรธเรื่องนั้นอยู่อีกเหรอครับ อิซึรุทำหูทวนลมไม่ได้ยินที่งินถาม

แกล้งมองไปดูวิวทางอื่นอย่างเลื่อนลอย

ผมขอโทษครับ คราวหน้าผมจะไม่พูดอีกแล้วตกลงมั้ยครับ

ไม่รู้คิดอะไรอยู่พอหลังคำขอโทษงินก็ยื่นนิ้วก้อยให้คนข้างๆ

ดวงตาสีสวยเป็นประกายในขณะที่เบนมองกลับมายังคนข้างตัวดูไม่ออกว่ามันหมายความว่าอย่างไร

สัญญาแล้วนะครับ นิ้วเล็กๆเกี่ยวกับนิ้วของร่างสูง

ที่ตอนนี้ยิ้มกริบย่างดีใจ นึกว่าต้องตามง้อต่อไปซะแล้วซิ




คุณอยู่ที่นี่งั้นเหรอครับ

หนุ่มร่างสูงถามอย่างประหลาดใจเมื่ออิซึรุพาเค้าขึ้นมาบนคอนโดฯแห่งหนึ่ง

ร่างบางเดินเข้าไปในห้องของตัวเองแล้วหันมาพยักหน้าให้กับคนถามเป็นเชิงตอบรับ

บ้านผมมันก็มีให้อยู่หรอกนะครับ แต่ผมไม่อยู่เองนั้นแหละ

พอพูดถึงเรื่องครอบครัวออกมาจากปากดวงตาคู่สวยของอิซึรุก็ดูเหมือนจะมีแววเศร้าหมองแฝงอยู่ลึกๆที่สังเกตได้ยาก

มือสวยล้วงลงไปในคอเสื้อแล้วดึงเอาบางอย่างออกมาดู

ขนนกสีเงินเปล่งประกายยามที่กระกับแสงไฟอ่อนๆนวลตาบนหัว

อิซึรุลูบมันเบาๆอย่างทะนุถนอม มันเป็นของที่คุณพ่อกับคุณแม่เคยให้เค้าเอาไว้ตอนเด็กๆก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตไป

จะเข้ามาก่อนมั้ยครับ ชายหนุ่มผมทองเหลียวหลังไปถามยิ้มๆกับงิน

เพราะคนที่หวังดีมาส่งเค้ายืนนิ่งอยู่หน้าประตูจะเข้ามาก็ไม่เข้าจะออกไปก็ไม่ออก

พอได้ยินคำชวนก็ยิ้มกริบอย่างถูกใจ นึกว่าจะไม่ชวนแล้วซะอีก

งินมองสำรวจไปทั่วห้องของอิซึรุที่มีของอยู่ไม่มากนักเลยดูโล่งตาดีที่ดูแปลกๆไปซะหน่อยก็แค่ตู้โชว์ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้องเท่านั้นเอง

ดูจากสถานที่แล้วเจ้าของห้องคงจะอยู่คนเดียวแน่นอน

คุณงินครับ อิซึรุเรียกเบาๆจากด้านหลัง

เจ้าของชื่อหันมามองคนเรียกเห็นร่างบางเดินถือแก้วน้ำมาให้เค้า

ร่างสูงรับมาดื่มในขณะที่คิระมองเค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ จะอยู่ต่อรึว่าจะกลับไปก็แล้วแต่คุณนะครับ

งินพยักหน้ารับมองตามหลังส่งอิซึรุที่เดินเข้าไปในห้องที่เค้าคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอน

พอเจ้าของห้องอนุญาตแบบนี้เค้าก็ขออยู่ต่อก็แล้วกัน ....ถ้าขอค้างเลยเนี่ยจะหน้าด้านไปมั้ยน้า....



เหวอ......!!



กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ดีๆโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสูทที่วางพาดเอาไว้กับเก้าอี้ที่โต๊ะรับแขกมันก็ดังรบกวนขึ้นมาซะเฉยๆ

งินเดินอย่างเร่งรีบไปหามือถือดูเบอร์คนโทรแล้วกดรับ

ครับ คุณไอเซ็น หนุ่มร่างสูงพูดเสียงเนื่อยๆ มือเรียวยกขึ้นกุมขมับ .....ทำไมถึงต้องมาโทรเอาตอนนี้......

//.....ตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ งิน....//

ห่างจากองค์กรพอดูเลยครับ

//....ชั้นจะรอนาย ชั่วโมงครึ่งมาหาชั้นหน่อยตกลงรึเปล่า....//

ได้ครับ ได้

งินถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่ไอเซ็นวางโทรศัพท์ไปแล้ว ตั้งใจจะอยู่ต่อซะหน่อยแต่ก็ช่วยไม่ได้

ชายหนุ่มหากระดาษกับปากามาเขียนโน๊ตเล็กๆบอกว่าเค้าไปแล้วพร้อมเบอร์โทรศัทพ์ของตัวเองทิ้งเอาไว้ให้อิซึรุ

ก่อนจะออกไปจากห้องของอิซึรุด้วยความอาลัยอาวรณ์



เดินออกมารอรถที่ป้ายได้ราวๆครึ่งชั่วโมงเพราะว่าตอนนี้มันก็มืดรถมันก็ยิ่งน้อย

มือกำลังจะล้วงไปเอาโทรศัพท์มาโทรฯหาหัวหน้าว่าเค้าอาจจะไปช้าหน่อยแต่ว่า.......

เวร.....ลืมมือถือ งินพึมพำแล้ววิ่งกลับไปทางเดิมขึ้นตึกของอิซึรุ


ก๊อก.....ก็อก....


อิซึรุคุงผมเข้าไปนะครับ



งินขออนุญาตเบาๆแล้วถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องที่ยังไม่ได้ล้อกกุญแจเพื่อเข้าไปเอาของ

หนุ่มผมเงินเก็บของที่ลืมเอาไว้เข้ากระเป๋าแต่ก็ยังไม่ออกไปจากห้องนี้

ความต้องการของจิตใจพาให้ขาและร่างกายเดินเข้าไปในห้องนอน

ร่างบางนอนหลับสนิทอย่างเงียบๆอยู่บนเตียงนุ่มสบายไร้สิ่งรบกวน

อิชิมารุนั่งลงข้างๆเตียงใกล้ๆกับร่างของหนุ่มผมทองที่เค้าหลงใหลมาตั้งแต่รแกเห็น

มือขาวลูบลงบนแก้มสวยนุ่มมือด้วยความรักใคร่

หัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำนั้นทำให้งินโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากคนที่นอนอยู่เบาๆ

ตั้งใจจะออกไปอยู่แล้วถ้าเจ้าของห้องไม่ตื่นขึ้นมาซะก่อน

......................................................

เรียบร้อยไปอีกตอน - - " เฮ่อ

2006/May/18

อีกหลายชั่วโมงต่อมาก็มีเสียงแนวๆนี้ดังออกมาจากห้องครัว


" ไม่ใช่ๆ ไม่ต้องรีบใส่ลงไปก็ได้น้ำยังไม่เดือดเลย ! "


" จะบ้ารึไงหั่นชิ้นใหญ่ขนาดนี้ใครมันจะไปยัดเข้าไปได้เล่า ! "


" ใส่เยอะไปแล้ว กินรสแบบนี้เป็นโรคไตกันพอดี ! "


" เฮ้ยๆ!! ปิดแก็ซ ไหม้หมดแล้วเห็นมั้ย!! "


ถูกต้องแล้วครับเสียงบ่นกับการทำอาหารของอุลคิโอร่าจากปากของกริมจอว์นั่นเอง

หนุ่มผิวซีดกำลังวิ่งวุ่นกับอาหารที่หนุ่มผมฟ้ากำลังสอนให้ทำ

ส่วนคนสอนก็ยืนกอดอกคิ้วขมวดชนกันอย่างระอาในความซุ่มซ่ามต่างๆนาๆของอุลคิโอร่า

ใส่โชยุในซุปก็เหม่อจนใส่เข้าไปแทบหมดขวด

หั่นผักหั่นหมูก็หั่นอย่างกับจะเอาไปป้อนให้งูที่ขยายปากได้กิน

ทอดอะไรก็ไม่ดูว่ามันไหม้รึเปล่า ตอนนี้กริมจอวกำลังคิดอะไรอยู่อย่างนึง

.........สอนหมาคาบไม้ยังง่ายกว่าสอนอุลคิโอร่าอาหาร..........

หนุ่มผมตั้งคิดว่าตัวเค้าเองกำลังจะบ้าตาย แต่ว่าเค้าคงไม่ได้สนใจท่จะสังเกตุว่าอุลคิโอร่าน้นบ้าไปแล้ว

ชายร่างเล็กพาตัวเองวิ่งไปรอบๆครัวอย่างรีบร้อนตามคำสั่งของกริมจอว์สั่ง

พอสอนทำเสร็จ ทั้งคนทำทั้งคนสอนให้ทำ ก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าจรืงๆที่มันเสร็จซะที

มื้อเย็นวันีน้ประกอบด้วย ซุปมิโสะสีเข้มแปลกๆและพิซซ่าญี่ปุ่นที่ออกสีน้ำตาลเข้ม

กริมจอว์นั่งมองมันอย่างหวาดๆ อาหารวันนี้มีรสชาดอยู่สองอย่างีท่เค้าคาดเอาไว้

1. ซุปต้องเค็ม 2. พิซซ่าต้องขม

อย่าว่าแต่กริมจอว์เลย อุลคิโอร่าก็เริ่มไปอยากจะกินฝีมือตัวเองขึ้นมาแล้วเช่นกันเมื่อเห็นหน้าตาของอาหาร

.....เอาวะทำมาแล้วก็กินเลยก็แล้วกัน..... หนุ่มผมฟ้าสูดลมหายใจลึกๆ

มือรีบจับมีดหั่นของในจานตรงหน้าแล้วยัดเข้าปากทันที


อึก.................!!!!


คนที่เริ่มกินเป็นคนแรกก็รีบคว้าถ้วยซุปมาซดด้วยสัญชาตญาณเพราะเค้าลืมอะไรไปอย่างนึง

แต่ผลสุดท้ายกริมจอวืก็รีบวิ่งเข้าหาถังขยะอย่างเต็มสปีดของฝีเท้าที่พอจะมี (คงจะซัก 4.2 วิฯ )

พอเอามันออกมาจากปากหมดก็กระโจนเข้าหาตู้เย็นเอาน้ำเปล่ากรอกปากทันที


" แฮ่กๆ........ "


ร่างสูงกลับมานั่งด้วยสภาพลิ้นห้อยเหมือนหมาไม่มีผิด

เมื่อเห็นสภาพของกริมจอว์ อุลคิโอร่าก็หน้าเสียด้วยว่าฝีมือทำอาหารของตัวเองแย่จนไม่น่าให้อภัย

" ทิ้งเหอะ " คนกินพูดอย่างไม่รักษาน้ำใจสุดๆ

แต่คนทำก็ไม่ได้ถือเรื่องมารยาทแต่อย่างใด คว้าจานคว้าชามเทลงถังขยะทันทีอย่างเห็นด้วย

" แล้วจะกินอะไรล่ะที่นี้ " นี่คือคำถามต่อไปที่ตามมาในทันที

แต่ไม่เป็นไรเตรียมทางแก้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว


สุดท้ายก็มุขเดิมบ้านเราก็เรียกมาม่านั่นแหละ(สมองฝ่อกันก็งานนี้แหละ)

กริมจอว์เลยได้งานเดิมก็คือนั่งหน้าบานเป็นจานดาวเทียมป้อนอุลคิโอร่า

อุลคิโอร่าก็ได้งานเดิมเหมือนกันก็คือนั่งหน้าบูดให้กริมจอว์ป้อน

ต่อไปหนุ่มร่างบางคงต้องเอามือไปอังไฟบ่อยๆจะได้ชินไม่ต้องมห้ใครมาป้อน

พอกินเสร็จเจ้าของห้องกำลังจะเดินไปล้างจานแต่กริมจอว์ก็จับไหล่ห้ามไว้ก่อน

" ไม่ต้องชั้นล้างเอง ไปอาบน้ำเถอะไป "อุลคิโอร่าขมวดคิ้วดูว่าวันนี้กริมจอว์มาแปลก

แต่หนุ่มร่างบางก็ไม่ขัด วันนี้เค้าวิ่งวุ่นจนเป็นหนูติดจั่นจนบ้าไปแล้ว

ชายหนุ่มคว้าผ้าขนหนูและเดินเหี่ยวๆเข้าห้องน้ำไป

ร่างสูงมองส่งอุลคิโอร่าแล้วตัวเองก็เดินไปล้างจานในครัว

เมื่อร่างบางเดินออกมากริมจอว์ที่ล้างจานเรียบร้อยก็เดินเข้าไปอาบน้ำ

ไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าเพราะคเกะจะมาอยู่ที่นี่จนกว่าอุลคิโอร่าจะหายจากอาการขาเจ็บ

พอไปอาบน้ำออกมาคนผิวซีดก็พุดได้เลยว่า หนุ่มผมฟ้าคนนี้ซื้อแต่ชุดที่เข้ากับหัวตัวเอง

" ไม่มีสีอื่นใส่รึยังไง " กริมจอว์ยักไหล่เมื่ออุลคิโอร่าถาม

" ก็อิลฟอร์ทมันซื้อมาให้ จะให้ทำไงเล่า "พอพูดถึงอิลฟอร์ทคนดำก็รู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นต่อมหึงขึ้นมา

สีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนจนมองแวบเดียวก็รู้ว่าคิดอะไรอยู่

กริมจอว์ยิ้มกว้างแล้วลงกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงข้างๆอุลคิโอร่า

" ขาเป็นไงมั่ง " ชายหนุ่มผมฟ้าเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่คนข้างๆเค้าจะหงุดหงิดไปมากกว่านี้

" เมื่อวานเจ็บ แต่วันีน้ลืมเจ็บไปแล้ว " ระหว่างีท่พูดอุลคิโอร่าก็เหลือบมองคนข้างงๆด้วยหางตา

กริมจอว์รีบคว้ารีโมทเปิดทีวี ทำไมวันนี้พูดอะไรแล้วมันมีแต่เรื่องซวยใส่ตัว

ตอนนี้ไม่ข่าวอาชญากรรมโชคดีไปไม่ง้นกริมจอวืคงจะเปลี่ยน เปิดไปก็เจอรายการเพลง

คนเปิดก็ไม่เปลี่ยนช่องแล้ว เหตุผลนึงก็เพราะว่ามันน่าจะทำให้เสียงอุลคิโอร่าเงียบลงไถ้คนข้างๆเกิดโวยวายขึ้นมา

และกริมจอวืก็เป็นพวกบ้าฟังเพลงเป็นทุนเดิม ห้องนอนของเค้าท่บ้านก็มีแต่ซีดีเพลง

ทีวีเค้าเปิดอะไรให้ฟังไอ้ผมฟ้านี่ร้องได้หมด

ร้องๆไปแขนแกร่งก็เอื้อมไปโอบรอบไหล่บางๆข้างๆอย่างลืมตัว

คนข้างๆก็ทำเฉยเพราะว่ามัวแต่ฟังคนที่ตัวสูงกว่าร้องเพลง

" ชอบฟังเพลงรึไง " พอรายการเข้าโฆษณาคนีท่นั่งฟังอยู่ก็ถามทันที

กริมจอว์พยักหน้าในขณะที่ตาสีฟ้าของเค้ายังจ้องดูทีวีแป๋ว

ดีวีดี แฮร์รี่ พอตเตอร์ 4 ภาค ลดราคา ยังไม่ได้ซื้อเลย

" มันก็ฟังได้เรื่อยๆแหละ ชอบก็ซื้อเก็บเท่านั้นเอง "

เมื่อโฆษณาที่จ้องอยู่จบก็หันมาคุยกับอุลคิโอร่าต่อ

ร่างบางพยักหน้ารับก่อนีท่ทั้งคู่จะหันไปสนใจกับโทรทัศน์ต่อ


.................................

แปลกนนะครับที่คุณนัดใครติดกัน 2 วันแบบนี้

ชายหนุ่มผมสีเงินที่เดินตามาหลังหัวหน้าองค์กรอารันคาร์ถามกับหัวหน้า

ระหว่างเดินเดินอยู่ริมถนนที่รถราวิ่งไปมา ท้องฟ้าดูอึมครึมจนเป็นสีเทาเพราะตอนนี้หิมะกำลังจะตก

ช่างเถอะน่างิน คนนี้ค่อนข้างตรงสเป็กเลยล่ะ ไอเซ้นตอบพร้อมชี้แจงเหตุผลที่ดูจะไม่ค่อยตรงนัก

ลูกน้องถอนหายใจแต่ดูท่าทางคนที่ชื่อ คุจิกิ เบียคุยะจะซวยใช่ย่อย

หัวหน้าอารันคาร์คนนี้เคยจริงจังกับใครซะทีไหนกัน

ถึงจะไม่เคยจริงจังกับใคร แต่ถ้าใครมาแย่งของที่เคยเป็นของเค้าไปก็โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเหมือนกัน

ความเอาแต่ใจแบบนี้เป็นหนึ่งในนิสัยที่น่ากลัวมากที่สุด อิชมารุเคยรักคน คนนี้ แต่ตอนนี้มันไม่เหลือความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว

เค้ารู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแค่ของที่ถูกเฉยชมในบางเวลาเท่านั้นเอง

เมื่ออยู่กับคนผู้นี้นานๆก็พอรู้ว่าถ้าตีตัวออกห่างเค้าจะพบเรื่องแบบไหน

ไอเซ็น โซสึเกะเดินเข้าไปในร้านอาหารที่ถูกตกแต่งสไตล์ตะวันตกอย่างเรียบๆสบายตาแต่มันก็ดูมีระดับ

ดวงตาใต้กรอบแว่นกวาดไปทั่วเพื่อหาคนที่เค้านัดเอาไว้ที่นี่

เมื่อเจอก็เดินไปหาคน คนนั้นที่นั่งรอเค้าอยู่ก่อนแล้ว

คุจิกิ เบียคุยะ 1 ในผู้บริหารใหญ่ของขององค์กร โซล โซไซตี้

ทั้งนี้นทั้งนั้นที่ไอเซ็นไปคบค้าสมาตมกับฝ่ายตรงข้ามก็เพื่อล้วงข้อมูลภายในแค่นั้น

ส่วนเรื่องอื่นๆนั้นมันเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้นและแน่นอนว่าฝ่ายตรงข้ามย่อมไม่รู้ว่าไอเซ็นอยู่องค์กรอารันคาร์

เพราะผู้ควบคุมอารันคาร์คนนี้ไม่เคยเปิดเผยตัวเองต่อหน้าใคร รวมทั้งผู้ช่วยทั้งสองก็เหมือนกัน

รอนานมั้ยครับ คุณคุจิกิ หนุ่มหน้าสวยเจ้าของผมสีดำสนิทเรียงเส้นสวยส่ายหน้าให้กับคำถาม

ไอเซ็นยิ้มให้คนที่อยู่ตรงข้ามเค้าตามแบบฉบับที่อิชิมารุบอกได้ว่าว่าใส่หน้ากาก

เมื่อมองบุคคลทั้งสองคนแล้วมันไม่ค่อยเจริญหูเจริญตาหนุ่มผมเงินก็เหลือบไปมองคนที่มากับเบียคุยะ

เส้นผมสีทองนั้นเค้ายังจำได้ดี ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นเค้ายังไม่อาจลืมได้

หัวใจเริ่มเต้นไม่เป้นจังหวะ หน้าร้อนฝ่าวเมื่อคิระ อิซึรุยิ้มให้เค้าอย่างเป็นมิตร

เอ่อ ช่วยพาคิระคุงไปเดินเล่นข้างนอกได้รึเปล่า ชั้นกับคุณคุจิกิมีเรื่องส่วนตัวกันนิดหน่อย

คุยอะไรกันอิชิมารุก็ไม่รู้เพราะว่าไม่ได้สนใจจะฟัง จู่ๆก็ไล่กันออกไปผโดยไม่ได้ทันตั้งตัว

รบกวนด้วยนะครับ รู้ตัวอีกทีคิระก็มายืนโค้งให้เค้าอยู่ข้างๆแล้ว

คะ....ครับ หนุ่มผมเงินรับคำตะกุกตะกัก

อิชมารุเดินออกมาจากร้านอาหารพร้อมๆกับคิระ อิซึรุ ท่าทางเหมือนจะปกติ

แต่ความจรติงนั้นหลังแข็งทื่อสุดๆ ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย

คุณอิชิมารุ ทำงานกับคุณไอเซ็นมานานมั้ยครับ หนุ่มร่างบางเอ่ยบทสนทนาเมื่อเค้ารู้สึกว่าแบบนี้มันเงียบเกินไป

ก็หลายปีแล้วล่ะครับ แล้วก็.....เรียกงินก็ได้ครับผมไม่ถือหรอก

หนุ่มร่างสูงเริ่มคลายอาการเกร็งขึ้นมาบ้างแต่นั่นก็ทำให้เค้าค่อนข้างรู้สึกผิดเรื่องคืนนั้น

อิซึรุพยักหน้าน้อยๆถึงจะรู้เกรงใจแต่ในมือเค้าบอกว่าไม่ถือก็คงค้านอะไรไม่ได้

เริ่มหนาวและนะครับ งินพูดต่อ เงียบเกินไปแล้วเค้าเกร็จงจริงๆ

นั่นซินะครับ หิมะคงใกล้ตกแล้ว ร่างบางพูด เค้าเหงนหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่อึมครึมจนเป็นสีเทา

ความรู้สึกของคิระที่อิชิมารุมองเห็นก็คือว่าคงอยากจะเห็นหิมะแรกตก

และแล้วมันก็ตกลงมาจริงๆ หิมะสีขาวตกลงบนหน้าของชายหนุ่ม

อิซึรุเช็ดหิมะออกไปแล้วยิ้มน้อยๆเมื่อบนมือเค้ามีหิมะที่พึ่งตกอยู่

ชอบหิมะเหรอครับ งินทักเมื่อเห็นท่าทางอารมณ์ดีของคนข้างๆ

หนุ่มผมทองพยักหน้ารับ ถึงมันจะเย็นเฉียบแต่เค้าก็ถือมันเอาไว้

ยิ่งเย็นก็ยิ่งทำให้เค้าสงบและสีขาวของมันก็ทำให้เค้าลืมเรื่องหนักๆในชีวติประจำวันไปได้บ้าง

คุณงินครับ ผมขอเลี้ยงกาแฟคุณนะครับ อิซึรุเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งคู่เดินผ่านร้านเครื่องดื่มริมทาง

งินพยายามเอ่ยห้ามเพราะว่าเค้าเกรงใจแต่ก็ไม่ทันเพราะคนที่บอกว่าจะเลี้ยงวิ่งไปซื้อซะก่อน

นี่ครับ คุณคงไม่บอกผมใช่มั้ยว่าคุณอยากกินกาแฟเย็นมากกว่า คิระพูดติดตลกแล้วยื่นกาแฟดำในถ้วยกระดาษที่ร้อนควันฉุยให้

หนุ่มร่างสูงรับมาถือไว้ในมือ มันก็ดีไปอีกอย่างเพราะว่าตอนนี้เค้าเริ่มรู้สึกหนาวๆมือแล้ว

เดินไปเรื่อยๆเงียบๆมองไปข้างหน้าไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะว่าฝ่ายหนึ่งก็ปากหนักอีกฝ่ายก็มัวแต่มองหิมะ

งินมองอิซึรุตลอดเวลาเพราะเค้าไม่รู้จะมองอะไรและแบบนั้นเค้าถึงได้สังเกตว่าร่างบางนั้นเริ่มหนาวแล้ว

อะ....เอ่อคุณงิน ไม่ต้องหรอกครับ

หนุ่มร่างบางเอ่ยอย่างเกรงใจเมื่อคนข้างๆตัวถอดสูทสีดำออกแล้วคลุมให้เค้า

ผมเห็นคุณหนาวน่ะครับ ไม่ต้องเกรงใจหรอก ผมไม่หนาวเท่าไหร่

หนุ่มผมเงินเอ่ยอย่างไม่ถือสาอะไร แล้วยิ้มให้คนข้างๆอย่างอ่อนโยน

ขะ...ขอบคุณนะครับ อิซึรุก็พูดอะไรไม่ได้นอกจากคำนี้

จะหาอะไรกินมั้ยครับ ท่าทางสองคนนั้นจะอีกนานเลย งินถามอย่างเป็นห่วง

คนถูกถามก็พยักหน้า จะให้รอท่าทางเย็นนี่จะไม่ได้กินข้าว

ผมให้สิทธิคุณเลือกร้านแล้วกันครับ อิซึรุยกหน้าที่ตัดสินใจให้งินซะเฉยๆ

แต่คนได้สิทธิก็ไม่ได้ค้าน

งั้นเชิญทางนี้เลยครับ อิชมารุเดินนำไปก่อนเพื่อนำทาง

หนุ่มร่างสูงซ่อนสีหน้ายิ้มแย้มเอาไว้ในใจ เค้าอยากอยู่กับคนข้างๆนี้ต่ออีกซักหน่อยแค่วินาทีเดียวก็ยังดี


" ปกติคุณกินร้านแบบนี้เหรอครับ "

อิซึรุขมวดคิ้วถามเมื่อเห็นหนุ่มผมเงินมาหยุดอยู่ที่ร้านราเมนเล็กๆริมถนนร้านหนึ่ง

ที่มีแค่ที่นั่งตรงด้านหน้าทำให้สามารถมองเห็นครัวได้เท่านั้น

" แหม่ๆ ผมไม่ได้เป็นผู้ดีถึงขนาดที่ไปกินร้านแพงๆได้ตลอดนะครับ "

งินพูดเสียงเรียบแต่มันก็ทำให้คนฟังนั้นรู้สึกว่าเค้ากำลังประชดอยู่

แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ไม่มีพนักก่อนจะหันไปสั่งอาหารให้ตัวเองและคนที่พามาด้วย

" ผมก็แค่นึกว่าคนอย่างคุณไม่น่าจะมากินที่แบบนี้เท่านั้นเองครับ ไม่เห็นต้องประชดกันเลยนี่นา "

หนุ่มร่างบางนั่งลงข้างๆอิชิมารุพร้อมกับชี้แจงเพราะเค้ารู้สึกว่าคน คนนี้กำลังโกรธเค้าอยู่

" ผมไม่ได้ประชดนะครับ แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง "

ร่างสูงหันมายิ้มกับคนข้างๆรู้สึกลิงโลดในใจอย่างไม่ค่อยจะเป็นเหตุเป็นผลเท่าไหร่เพราะเค้ารู้สึกว่าอย่างน้อยอิซึรุก็แคร์เค้า ไม่มากก็น้อย

" ผมนึกว่าคุณโกรธผมซะอีก " อิซึรุเปรยและมันก็ทำให้คนฟังจับมือเรียวบางของเค้าขึ้นมากุมเหมือนให้กำลังใจโดยไม่ได้ขออนุญาต

ดวงตาคู่โตที่มองใบหน้าของอิชิมารุเป็นประกายเมื่อแสงจากโคมไฟสีอ่อนส่องเข้าตาจนเหมือนมันมีประกายอยู่ในนั้นจริงๆ

ดวงหน้าขาวนวลขึ้นสีระเรื่อจนตอนนี้แก้มมันกลายจากสีขาวเป็นสีชมพูไปแล้ว


อิซึรุหลบสายตาที่มองมาอย่างเขินอายชายหนุ่มดึงมือของเค้าออกมาจากการกุมหลวมๆนั้น

อิซึรุจับมือของตัวเองแน่น ตอนที่ร่างสูงนั้นจับมือเค้าเอาไว้นั้นทำไมเค้าถึงต้องใจเต้นแบบนี้

ความอบอุ่นจากมือดูเหมือนมันจะส่งไปถึงหัวใจที่หนาวเหน็บของตัวเค้า

" ผมไม่โกรธหรอกนะครับเรื่องแค่นี้เอง " อิชมารุตบไหล่เล็กๆเบาๆเพื่อให้อิซึรุเชื่อ

ดวงตาคู่สวยเปลี่ยนจากมองหนุ่มผมเงินเป็นบรรยากาศรอบๆร้าน

ไม่ค่อยได้เข้าร้านริมทางแบบนี้เท่าไหร่แต่ก็ไม่ถึงกับว่าไม่ชอบ

ปกติตอนทานข้าวไม่ไปกับคุณคุจิกิก็ไปกับ ฮิซากิ ชูเฮย์ที่เป็นรุนพี่ในองค์กร

อิซึรุมองไปเรื่อยๆโดยไม่รู้สึกเลยว่าเค้ากำลังถูกคนที่มาด้วยกันนั่งเท้าคางมองอยู่

" หน้าผมมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอครับ " เมื่อคนถูกมองรู้สึกตัวก็เอ่ยถามดวงตาสีสวยมองกลับไป

" ปะ...เปล่าครับ " อิชิมารุสะดุ้งจู่ๆก็ถามขึ้นมาแบบนี้ก็ตอบได้แค่นี้แหละ เค้าคงไม่โง่ตอบไปว่า.....

ที่เค้ามองน่ะเพราะว่าเค้าอยากมองหน้าสวยๆของอิซึรุที่ตรงใจเค้า

" ที่สั่งได้แล้วครับ " เจ้าของร้านวางชามใส่อาหารร้อนๆลงตรงหน้าลูกค้าทั้งสอง

งินหยิบตะเกียบขึ้นมาสองคู่แล้วยื่นให้กับหนุ่มผมทอง

" ทานละครับ " ชายหนุ่มร่างสูงพนมมือแล้วพูดตามมารยาท

ก่อนจะคืบเส้นในชามขึ้นมาเป่าให้อุ่นแล้วกินเข้าไป

อิซึรุทานตามเมื่อเห็นว่างินนั้นเวลากินแล้วท่าทางน่าอร่อยดี

" พอกินได้มั้ยครับ " คนที่พามากินถามเพื่อความมั่นใจ หวังว่ามันคงจะถูกปาก

คนที่กำลังทานอยู่พยักหน้า ใจจริงอยากจะพูดออกไปเลยว่ามันอร่อยมากแต่ตอนนี้เอาไว้กินก่อนแล้วกัน

งินยิ้มอย่างพอใจ เค้าก็หันกลับไปกินของตัวเองก่อนที่มันจะเย็น



" อ๊ะ! ไม่ต้องครับ ไม่ต้อง "


พออิซึรุจะล้วงกระเป๋าจ่ายเงินหลังกินเสร็จ ร่างสูงข้างๆก็ร้องห้ามออกมาซะอย่างกับเจอผีหลอก

คนผมทองขมวดคิ้วมองอิชมารุ งินอย่างงงๆ จะตะโกนห้ามเค้าทำไม

" ผมจ่ายเอง " เค้าจายเงินเลี้ยงมื้อเย็นทั้งส่วนของตัวเค้าและของคนที่มาด้วยกัน

" ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ถือว่าผมคืนค่ากาแฟคุณแล้วกัน " ชายหนุ่มรีบขัดขึ้น

อิซึรุที่กำลังจะอ้าปากพูดห้ามอยู่แล้วก็ปิดปากเงียบไปเลยเพราะงินดันพูดดักเค้าซะก่อน

ตอนนี้กินเสร็จก็ต้องออกมาเดินเอ้อรัเหยลอยชายไร้จุดหมายกันต่อไป

" เบทื่อชะมัดเล้ย " งินบิดขี้เกียจ นี่มันก็ตั้งนานแล้วยังไม่โทรมาเรียกกลับซะที

ท้องฟ้าตอนนี้ก็เริ่มจะมืดแล้วหิมะก็ยังตกอยู่อย่างไม่ขาดสายจนมันเริ่มกองสุมกันเต็มทางเดินและถนน

" ผมมาด้วยมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยเหรอครับ " อิซึรุที่ได้ยินคำพูดนั้นก็เอ่ยขึ้นมาเสียงอ่อยๆ

งินแทบจะเอามีดที่ซ่อนเอาไว้ที่รองเท้าขึ้นมาปาดลิ้นตัวเองให้เป็นใบ้ไปเลย

" ผมายความว่าไม่มีอะไรทำแบบนี้มันน่าเบื่อนะครับ ผมไม่ได้หมายความว่ามากับคิระคุงแล้วน่าเบื่อซะหน่อย "

ร่างสูงหันไปพูดแก้ตัวกับข้างๆเป็นชุดจนดูๆไปแล้วเค้าไม่ได้หยุดหายใจเลย

อิซึรุที่ตีหน้าเศร้อยู่ข้างๆเริ่มทนไหวเพราะตลกกับท่าทางของอิชิมารุจะแย่

ที่ผ่านๆมาก็ดูเงียบดีอยู่หรอกแต่ตอนนี้มันดูรนพิกลยังไงบอกไม่ถูก


" ฮ่าๆๆ....!!"


สุดท้ายก็กลั่นหัวเราะไม่อยู่ก็เลยหลุดออกมาจนได้

งินมองคนที่เริ่มขำจนท้องแข็งแทบเป็นแทบตายด้วยความรู้สึกที่งงเป็นไก่ตาแตก

" ผมล้อเล่นน่ะครับ คุณนี่ก็เห็นเป็นจริงไปได้ "

หนุ่มผมทองบอกร่างสูงทั้งน้ำตาเพราะว่าเค้านั้นหัวเราะมากเกินไป

" อย่าเล่นแบบนี้ซิครับ " งินพูดเหมือนว่ากำลังตำหนิแต่ความจริงโล่งใจมากกว่าที่อิซึรุไม่ได้งอนเค้าจริง

ร่างบางข้างๆก็ยังหัวเราะต่อไปราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยหัวเราะแบบนี้มาก่อน

งินมองดูคน คนนี้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนเวลาหัวเราะร่างบางคนนี้ดูน่ารักและสดใสขึ้นเป็นกอง

มือเกวางลงบนไหล่กว้างเพื่อพยุงตัวเองที่ตอนนี้กำลังขาสั่นแทบทรุด

กว่าร่างบางจะหยุดหัวเราะได้ก็อีกนานพอควรเลยทีเดียว


" เฮ้อ..... "


หนุ่มร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหมดแรง

" อ๋อ...แล้วก็อีกอย่าง " อิซึรุเงยหน้าไปพูดกับคนที่สูงกว่าเค้าเมื่อนึกถึงอะไรอีกอย่างที่เค้ากำลังจะบอก

" ครับ? " งินรับคำแล้วมองอิซึรุที่เริ่มสูดหายใจเข้าปอด

" เรียกผมว่า อิซึรุนะครับ "


....................................................

ไม่ได้เอามานี่ซะนานเลยแฮะๆๆ

2006/May/10

เวลาเคลื่อนผ่านจนล่วงเลยไปถึงยามดึกสงัด ผู้คนหลับใหลสู่นิทราหลังจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

แต่บุคคลผู้เหญิงพึ่งจะเริ่มลงมือทำงานของเค้าเท่านั้น

ตึกบริษัทใหญ่ตั้งตะหง่านสูงอยู่ต่อหน้าอย่างไม่เกรงกลัวใคร

สถานที่ ที่ทุกคนรู้จักกันดีว่ามันคือที่ตั้งขององค์กร โซล โซไซตี้ 1 ในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

เป็นที่รวบรวมบริษัทย่อยนับร้อยบริษัทที่อยู่ในเครือข่ายทุกบริษัทล้วนแล้วแต่อยู่ใต้อาณัติขององค์กรนี้

ร่างในเงามือเคลือ่นตัวเข้าหาตัวตึกอย่างเงียบเชียบราวแมวขโมย

ผ่านหลังยามหน้าประตูที่ไม่ได้ทันสังเกตุเข้าไปในตัวตึกได้อย่างายดายเหมือนหลอมรวมไปกับสายลม

หลบพ้นผู้คนที่เดินผ่านไปและพวกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่มีให้เห็นอยุ่ประปราย

เค้าไม่ได้ลงทือฆ่าใครให้เปลืองมือเปลืองแรงหรือว่าให้มันเป็นข่าวใหญ่ตอนเช้าโดยไม่จำเป็น

ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำแอบเข้าไปในลิฟท์โดยไม่มีใครสังเกตเห็นเพื่อขึ้นไปที่ชั้นบนสุด

ใครมันจะบ้าขึ้นบันไดหนีไฟไปตั้งหลายสิบชั้นในเมื่อมีโอกาสให้ขึ้นลิฟท์

ร่างสูงเจ้าของผมสีเงินเดินไล่ดูป้ายห้องไปเรื่อยๆ หลังจากเดินออกจากลิฟท์

กรรมการผู้จัดการแผนกการตลาด กรรมการผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจ ฯลฯ

และในที่สุดเค้าก็เจอห้องที่เค้าต้องการ ผู้จัดการแผนกข้อมูลภายใน

ใต้ป้ายมีวงเล็บเอาไว้ว่า พนักงานระดับล่างที่ต่ำกว่าผู้จัดการห้ามเข้า

พอเดินเข้าไปมองดูสภาพภายในห้องถึงมันจะมืดแต่ก็พอมองเห็น ห้องนี้จะว่ารกก็รกจะว่าเรียบร้อยก็เรียบร้อย

คือมันรกด้วยหองกระดาษเอกสารที่วางไว้บนโต๊ะที่ตั้งกระจัดกระจายอยู่ในห้อง

แต่ก็ถูกจัดให้เข้าที่ไว้อย่างดีไม่ใช่รกเหมือนรังหนูแบบที่คเเคยเห็น

" หูย......ค้นมั่วเลยก็แล้วกัน " หนุ่มตาตี่ปาดเหงื่อ

เค้ารู้แค่ว่า ' ของ ' ที่เค้าจะต้องมาเอาอยู่ในห้องไหนแต่ไม่รู้ว่ามันถูกซ่อนเอาไว้ตรงไหน

แต่คนอย่าง อิขิมารุ งิน ก็พอจะมีเซนต์เดาได้ว่ามันน่าจะอยู่ตรงไหน

คนที่แอบเข้ามาเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานที่มีอยู่ตัวเดียวในห้อง

ก่อนจะค้นด้วยความสอดรู้สอดเห็นก็เลยมองป้ายชื่อเจ้าของโต๊ะที่ตั้งอยู่ด้วย

' คิระ อิซึรุ '

อิชิมารุยักไหล่ชื่อไม่คุ้น ไม่เคยเห็นหน้า และตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ

ลิ้นชักทุกลิ้นชักถูกดึงออกมาเพื่อรรื้อค้นเอกสารที่อยุ่ด้านในจนมันเละเทะไปหมดแล้วตอนนี้

ในเมื่อพรุ่งนี้ถ้าเข้ามาหาก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าของมันหาย จะทำให้มันเรียบร้อยไปทำไม

รื้อออกมาจนหมดทั้งโต๊ะก็ยังหาสิ่งที่ต้องการไม่เจอเลย

หนุ่มผมเงินแทบจะบ้า ถ้าโต๊ะตัวนี้ไม่มีก็คงจะซุกอยู่ที่เอกสารพวกนั้น

แบบนี้ถึงหาจนเช้าก็ไม่มีท่าทางว่าจะเจอเลย

แต่มันก็ไม่ต้องหาจนถึงเช้าแล้วเมื่อเค้าเห็นว่ามันถูกทับอยู่ไต้ตารางคิวงานที่วางวไบนโต๊ะ

ผู้บุกรุกเก็บมันเข้ากระเป๋าเสื้อเตรียมที่จะชิ่งออกไป


แอ็ด..............


งินตัวแข็งทื่อเมื่อประตูมันส่งเสียงฝืดเบาๆออกมาเหมือนจะเยอะเย้ยคนที่แอบเข้ามาว่า

......แกไม่รอดแน่เพราะมีคนมาแล้วไอ้งั่ง.....

" นะ....นายเข้ามาในนี้ไดไง "

เมื่อดวงไฟถูกเปิดเจ้าของห้องที่พึ่งเดินเข้ามาก็เห็นผู้บุกรุกเข้าเต็มตา

เท้าของงินขยับโดยอัตโนมัติพุ่งออกไปจากหลังโต๊ะแล้วกระแทกคนที่เค้ามาเจอเค้าจนติดกำแพง

ใบหน้าแนบลงกับบ่าเล็กๆเพื่อไม่ให้เห็นใบหน้าของเค้าได้

ถึงจะลงมืออย่างรีบร้อนขนาดนั้นแต่หนุ่มผมงเนคนีน้ก็ตาดีไปเห็นของดีเข้าจนได้

" ไม่ยักรู้เลยนะว่าองค์กรนี้ก็มีของน่ารักๆแบบนี้อยู่เหมือนกัน "

มือเรียวลูบปลายคางมนเบาๆอย่างเล้าโลม ปากของคนที่ถูกพลั่กกำลังอ้าร้องขอความช่วยเหลือ

" ถ้านายส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียวชั้นไม่รับประกันความบิรสุทธิ์ของนายนะ "

อิชิมารุลดมือลงมาลูบไล้หว่างขาเพื่อเป็นการรับประกันว่าเค้าพูดจริง

ก่อนที่จะเอื้อมมือไปปิดไฟที่อยู่ไม่ไกลเพื่อความมืดช่วยปิดซ่อนใบหน้า

" หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ ไม่งั้นชั้นฝันถึงนายแน่เลย ฎ งินพูดฝากเอาไว้และก็ไม่ใช่อย่างเดียวที่เค้าฝาก

ร่างสูงประทับริมฝีปากลงบนปากบางเบาๆแล้ววิ่งออกไปจากห้อง

คนที่ถูกทิ้งเอาไว้ทำอะไรไม่ถูกเลยซักอย่าง ตั้งแต่เกิดมาเค้าเคยโดนใครจูบที่ไหน

หนุ่มอารันคาร์หอบหักอยู่ในลิฟท์นึกว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก

เมื่อวิ่งออกมาได้ยามที่เหลือก็ไม่เป็นปัญหาแล้วสำหรับเค้า

แต่ตอนนี้ถึงจะรอดออกมาได้พร้อมกับผลงานที่สำเร็จแต่เค้าก็ไม่มีอารมณืจะไปหาไอเซ็นอีกแล้ว


........................................


บนเตียงในห้องนอนของอุลคิโอร่าในยามเช้าหนุ่มผมฟ้ากอดอกนอนอยู่บนนั้น

ทำไม ทำม้าย..... ไอ้ซีดนั้นจะนอนตื่นสายซักวันให้เค้ากอดมันเป็นอาหารเช้าไม่ได้รึยังไงกันนะ

หรือว่าต่อไปเค้าอยากจะกอดมันก่อนตื่นเค้าจะต้องตื่นมาแต่ตี 3 กันหา !!!

ตอนนี้เค้ากำลังงอนอุลคิโอร่าสุดๆไปเลย ถ้าเจ้านั่นไม่มาหาเค้าในห้องนี้เค้าจะไม่ลุกไปไหนแน่นอน

แต่เค้าก็ต้องได้ฤกษ์ลุกขึ้นมาเมื่อจมูกดีๆของเค้าได้กลิ่นอะไรไหม้ๆ

" นี่นายกำลังทำอะไรของนายน่ะ " กริมจอว์ขมวดคิ้วถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

เมื่อเดินเดินเข้ามาในครัวก็เจอหนุ่มผมดำกำลังวุ่นวายอยู่กับก้อนดำๆบางอย่างในกระทะ

" ไข่ดาว " อุลคิโอร่าตอบสั้นๆแล้วหันไปหน้ามุ่ยกับไข่ดาวฝีมือตัวเองในกระทะ

ที่เคยเห็นมันไม่ดำปี๋อย่างนี้นี่นา พลาดไปตรงไหนหว่า

ร่างสูงแทบลมจับที่ไอ้แห้งนี่ทำออกมามันห่างไกลจากคำว่าของกินอีกโข

และที่แย่ยิ่งกว่านั้นกริมจอว์เดาได้เลยว่าอุลคิโอร่าต้องทำให้เค้ากินแน่ๆ

แต่ก็ต้องคิดเรื่องอื่นเมื่อมือถือตัวเองดัง

Nobody knows who I really am..........

I never felt this empty before..............


ชายหนุ่มผมฟ้าดูเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วก็ถอนหายใจกดรับแล้วเอาออกห่างๆหู


" แกอยู่ไหนว้า......... กริมจอว์!!!!! วันนี้แกต้องทำกับข้าวมือเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็นนะว้อย !! "

เสียงพูดที่ดังออกมาจากมือถือดังจนหูแทบแตกแม้กระทั่งอุลคิโอร่ายังสะดุ้ง

" ใจเย็นน่าวันนี้ขอผ่านแล้วกัน " คนรับโทรศัพท์พยายามตอบกลับไปด้วยอารมณ์เย็น

" แกจะพูดง่ายไปม้าง................!! " เสียงในโทรศัทพ์ยังไม่ยอมแพ้

" เอางี้วันนี้ชั้นไม่ทำแต่ว่าอาทิตย์หน้าชั้นทำข้าวเย็นทั้งอาทิตย์ตกลงมั้ย "

ข้อเสนอนั้นทำให้คนฟังเงียบไปเหมือนกำลังครุ่นคิด

" โอเช งั้นตามบายเลยเพื่อน " เมื่อเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่ายคนที่โทรมาก็วางโทรศัทพ์ทันที


" อิลฟอร์ทเหรอ " อุลคิโอร่าเดินถือจานใส่ไข่ดาวสีดำออกมา

กริมจอว์พยักหน้าแล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อ

" แล้วเค้าโทรมาทำไมเหรอ " คนถูกถามขมวดคิ้วทำไมจู่ๆคนที่ไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างอุลคิโอร่าถึงระดมถามเค้ามาแบบนี้

" ว่าไง " ร่างเล็กถามซ้ำเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา ทำไมกริมจอว์ถึงไม่ยอมตอบเค้ามาซะที

และการถามซ้ำนั่นแหละทำให้กริมจอวืยิ้มก่อนที่จะถามอุลคิโอร่ากลับไป

" หึงชั้นรึยังไง " หนุ่มผิวซีดสะอึก จะว่าไปเค้าก็รู้สึกตัวเองเหมือนกัน

ทั้งๆที่ไม่เคยยุ่งกับใครแท้ๆดันมาเป็นกับคน คนนี้คนเดียว

จะปฏิเสธก็ไม่ได้เพราะมันแสดงออกมาให้เห้นอย่างชัดเจน

" จะว่าไปวันนี้เป็นอะไรขึ้นมาเรอะ ถึงได้ลุกขึ้นมาทดไข่น่ะ "

กริมจอว์เปลี่ยนเรื่องไม่ค่อยอยากจะเรียกไอ้ก้อนดำๆนี่ว่าไข่เท่าไหร่แต่ก็ต้องเรียก

" กะ....ก็แค่อยากทำ.....ให้นายกิน " ไอ้ประโยคหลังนี่กริมจอวืแทบจะต้องใช้เครื่องขยายเสียง

ร่างสูงเดินไปหาคนทอดไข่ แขนเรียวโอบรอบไหล่ของร่างเล็กแล้วดึงเข้ามาหาตัว

" เตรียมตัวเป็นเข้าสาวเหรอเนี่ยน่ารักจริงๆเลย "


อั่ก.......................


ศอกเล็กๆส่งไปที่ดั้งจมูกของคนพูดทันทีโดยไม่รีรอ

ร่างสูงผมฟ้าลงไปนั่งกุมจมูกที่เลือดกำเดาเริ่มไหล่ด้วยฝีมือของคนที่เค้าบอกว่าน่ารัก

" พูดให้มันดีๆหน่อยชั้นบอกเมื่อไหร่ว่าจะแต่งกับนายน่ะ " อุลคิโอร่าพูดเสียงขุ่น

นิ้วเล็ๆหักร็อบๆคำพูดที่ได้ยินมันไม่เข้าหูเค้าเอาซะเลย

" ล้อเล่นแค่นี้เอง ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยนายเนี่ย " กริมจอว์บ่นอุบแล้วเอามือบีบจมูกห้ามเลือดเอาไว้

" เข้าไปในครัวเลยไป ชั้นจะสอนนายทำอาหารเอง " ร่างสูงดันหลังอุลคิโอร่าให้เดินเข้าครัวไป



...............................................



จะให้แต่งตอนสองคนนี้เค้าสอนทำอาหารกันมั้ยค้า

ส่วนคุจิกิมาหาไอเซ็นทำไมเนี่ย เอาไปคิดกันเอาเองนะค้าใบ้นิดว่ามัน.................................